ปากช่องชุมชนคนหลังเขา

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

การใช้บอร์ด กรุณาสมัครสมาชิกก่อน ท่านก็จะสามารถตั้งกระทู้ ตั้งคำถามและตอบคำถามได้
www.pakchong1.com

หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: มีนาคม 27, 2015, 05:43:41 PM 
เริ่มโดย naam - กระทู้ล่าสุด โดย eigee
ขอบคุณ

 2 
 เมื่อ: มีนาคม 26, 2015, 11:38:21 AM 
เริ่มโดย naam - กระทู้ล่าสุด โดย daunda
ขอบคุณ

 3 
 เมื่อ: มีนาคม 25, 2015, 04:49:07 PM 
เริ่มโดย nutonspeed001 - กระทู้ล่าสุด โดย nutonspeed001
พูดถึงเรื่องการใช้ไฟฟ้าในบ้านแล้ว ถ้าคุณเป็นคนที่ดูแลรักษาของเป็นประจำ และรู้จักซ่อมบำรุงชิ้นส่วนต่างๆ ที่ชำรุดทรุดโทรม
เสียหาย อุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านเหล่านั้นก็จะอำนวยความสะดวกให้คุณได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าหากคุณปล่อยปละละเลย ใช้อย่างเดียว ไม่เคยดูแลรักษา สิ่งของเหล่านั้นก็อาจจะทำให้คุณบาดเจ็บ หรือที่เลวร้ายที่สุดคืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
วันนี้ KDPมีบทความดีๆ จากทางการไฟฟ้านครหลวงมาฝากเพื่อนๆ ทุกคนครับ เพราะเชื่อว่าท่านที่กำลังอ่านบทความอยู่ตอนนี้ เหย้าเรือน
ก็น่าจะมีไฟฟ้าใช้กันทุกบ้าน โดยบทความนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ วิธีดูแลรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งอุปกรณ์ที่ว่านี้ เราไม่ได้หมายถึง|เป็น|คือ|หมายความว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านะครับ แต่ว่าเป็นอุปกรณ์จำพวก สายไฟฟ้า, เต้ารับ-เต้าเสียบ, สวิตช์ตัดตอนชนิดคัตเอาต์, และ เบรกเกอร์ นั่นเอง
เชื่อว่าหลังจากอ่านบทความนี้ เพื่อนๆ จะทราบถึงวิธีดูแลรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างชอบ
แน่นอน ว่าแล้วก็ไปติดตามกันเลยครับ 
สายไฟฟ้า
สายไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สำคัญ และจำเป็นสำหรับทุกบ้าน โดยเป็นตัวกลางในการนำกระแสไฟฟ้ามาสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเพื่ออำนวยความสะดวกในบ้านของคุณ สิ่งที่เราควรคำนึงถึงเกี่ยวกับการใช้งานสายไฟฟ้าในบ้านมีดังนี้
– สายไฟฟ้าเก่าหรือหมดอายุใช้งาน จะสังเกตได้จากฉนวน ซึ่งจะแตกหรือแห้งกรอบบวม หากพบเจอควรเปลี่ยนหรือซ่อมแทรมโดยผู้ชำนาญ
„ - จุดต่อสายไฟ การเข้าสายต้องขันให้แน่น และมีการพันฉนวนให้สุภาพเรียบร้อย
„ - ขนาดของสายไฟฟ้า ควรใช้ขนาดของสายให้เหมาะสมกับจำนวนรวม
กระแสที่ไหลในสาย หรือให้เหมาะสมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในวงจรนั้นๆ
„ - สายไฟฟ้าต้องไม่เดินอยู่ใกล้แหล่งความร้อน สารเคมี หรือถูกของหนักทับ ก็เพราะว่า
จะทำให้ฉนวนชำรุดได้ง่าย ซึ่งจะก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นได้
„ - สายไฟไม่ควรพาดบนโครงเหล็ก รั้วเหล็ก ราวเหล็ก หรือส่วนที่เป็นโลหะ ถ้าหลีกหนี
ไม่ได้ควรเดินสายไฟฟ้าโดยใช้พุกประกบหรือร้อยท่อให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วลงบนโครงโลหะ
เต้ารับ-เต้าเสียบ
อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่สำคัญ และควรดูแลอย่างใกล้ชิดมากมัสดก
อีกอย่างก็คือ เต้ารับ-เต้าเสียบ ครับ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่เราต้องสัมผัสโดยตรงขณะใช้งาน และถ้าหากเราใช้งานเต้ารับที่ชำรุด ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดไฟฟ้าดูด หรือลัดวงจร และเป็นอันตรายได้ ดังนั้นเราควรตรวจเช็คเต้ารับ-เต้าเสียบดังนี้
„  - เต้ารับ เต้าเสียบที่ดี และปลอดภัย ต้องไม่แตกร้าว และไม่มีรอยไหม้
–การต่อสายที่เต้ารับและเต้าเสียบ ต้องต่อให้ล้มหลาม
และเลือกใช้ขนาดสายไฟให้ถูกต้อง ติดสอยห้อยตามรูปพรรณ
การใช้งาน
„  -เต้าเสียบ เมื่อเสียบใช้งานกับเต้ารับแล้ว จะต้องแน่น ไม่หลวม หรือโยกไปโยกมา
„  -เต้ารับ ต้องติดตั้งในที่แห้ง ไม่เปียกชื้นเท่านั้น และควรติดให้พ้นมือผู้เยาว์
เล็กที่อาจเล่นถึงได้
สวิตช์ตัดตอนชนิดคัตเอาต์ (Cut Out)
สวิตช์ตัดตอนชนิดคัตเอาต์ หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างนึงว่า สะพานไฟ คืออุปกรณ์ที่ใช้ดูแลรักษา
ไฟฟ้าลัดวงจร ที่เกิดจากการใช้ไฟฟ้ามากเกินไป โดยมีหน้าที่ในการตัดและต่อกระแสไฟฟ้า ด้วยการโยกคัตเอาต์ขึ้น (ต่อวงจร) และโยกคัตเอาต์ลง (ตัดวงจร) ภายในตัวคัตเอาต์จะมีฟิวส์ ซึ่งเมื่อมีการใช้ไฟฟ้าเกิดขนาด เจ้าฟิวส์นี้เองก็จะหลอมละลาย และตัดวงจรไฟฟ้าลง ช่วยป้องกันอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากการถูกทำลายจากไฟฟ้าที่เกินขนาดนั่นเอง โดยเราจะมีวิธีดูแลรักษาสะพานไฟได้ดังนี้
„  -ตัวคัตเอาต์และฝาครอบต้องไม่แตก และมีสภาพพร้อมใช้งาน
„  -ใส่ฟิวส์ให้ถูกขนาดและมีฝาครอบปิดให้มิดชิด (ฟิวส์ที่ใช้ต้องเป็นแบบก้ามปู)
„  -หวงห้าม
ใช้วัสดุอื่นใส่แทนฟิวส์ เพราะศักย
ทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรได้
 „-ขั้วต่อสายที่คัตเอาต์ต้องยัดเยียด
 และใช้ขนาดสายให้ถูกต้องตามกำลังไฟที่ใช้งาน
–ใบมีดของคัตเอาต์เมื่อสับใช้งานต้องพลุกพล่านเหมาะสม
 ไม่หลวม
เบรกเกอร์ Breaker
เบรกเกอร์ หรือ Circuit Breaker เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาความเสถียร
ในบ้านที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพราะเป็นอุปกรณ์ที่สามารถเปิดวงจร ตัดไฟ ได้เองอัตโนมัติ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเกิดกว่าค่าที่กำหนด เบรกเกอร์ก็จะจัดการเปิดวงจรทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และในเมื่อเบรกเกอร์มีความจำเป็นขนาดนี้ เราไปดูวิธีการใช้งาน และ
ดูแลรักษากันดีกว่าครับ
„  -ตรวจสอบฝาครอบเบรกเกอร์ต้องไม่แตกร้าว
 „-ต้องมีฝาครอบปิดเบรกเกอร์ให้มิดชิด
–ควรติดตั้งในที่แห้งไม่เปียกชื้น และห่างไกลจากสารเคมี สารไวไฟต่างๆ
„ -เลือกเบรกเกอร์ที่มีขนาดเหมาะสมกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
เป็นยังไงกันบ้างครับ กับวิธีการดูแลรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกวิธี ซึ่งดูไปแล้วอาจจะดูเยอะไปนิดหน่อย แต่เอาเข้าจริงๆ เพื่อนๆ มิจำเป็นต้อง
ต้องเช็คทั้งหมดทุกข้อนี้ทุกวันนะครับ เพียงแค่ประมาณ ปีละ 1-2 ครั้งก็พอครับ หรือใครมีเวลาว่างมากกว่านั้น การตรวจเช็คบ่อยๆ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีครับ นอกจากตัวคุณเองจะปลอดภัยแล้ว คนที่คุณรักในบ้าน ก็จะไม่ได้รับอันตรายจากการใช้ไฟฟ้าอีกด้วย

 4 
 เมื่อ: มีนาคม 23, 2015, 11:39:01 AM 
เริ่มโดย Linda1992 - กระทู้ล่าสุด โดย Linda1992
เก็บมาฝากค่ะ สำหรับเพื่อนๆบางท่านที่มีน้ำหอมแต่ไม่รู้ว่าจะฉีดตรงไหนบ้างนะคะ วันนี้มาดูจุด
ต่างๆในร่างกายสำหรับการฉีดน้ำหอมกันค่ะ เพื่อให้กลิ่นของน้ำหอม ติดตัวเราได้จำเนียรและมีประสิทธิภาพมากที่สุด 
 
ง่ายๆค่ะโดย ฉีดตามจุดชีพจรตามร่างกายของเรา เนื่องจากที่จุดชีพจรนั้น จะมีอัตราการไหลเวียนโลหิตและอุณหภูมิ
ที่ลงตัวแก่การกระตุ้นกลไกการออกกลิ่นของน้ำหอมค่ะ 
ควรฉีดหลังจากที่เราอาบน้ำเสร็จ เพราะผิวของเราจะสะอาดและสามารถ
ดูดซับน้ำหอมได้ดี โดยฉีดตามความชอบอาจจะไม่จำเป็นต้องทุกส่วนและไม่ควรจะฉีดมากมากเกินไปเพราะจะทำให้กลิ่นฉุน
 
โดยจะมีบริเวณหลักๆดังนี้  (นอกเหนือจากนี้ดูที่ภาพประกอบด้านล่างที่แปะไว้ให้นะคะ)
1.ด้านในข้อมือทั้งสองข้าง 
2.ข้อพับแขน 
3.บริเวณคอใต้ติ่งหู (เมื่อฉีดที่ข้อมือตามข้อ1แล้ว ให้รีบเอามาแตะที่จุดนี้)
4.ข้อพับขา 
5.สำหรับสาวๆก็ฉีดบริเวณหน้าอกได้เพราะตามชีพจรจะมีความร้อนมากกว่าส่วนอื่นๆ
 
ข้อควรรู้อื่นๆงอกเงย
- น้ำหอมขวดเดียวกัน การติดทนในแต่ละปุถุชนอาจไม่เท่ากัน เนื่องมาจากกลไกทางเคมีในร่างกายที่ฉีกแนว
กัน เช่น อุณหภูมิร่างกายที่แตกต่างกัน บางคน 35 บางคน 37 องศาฯ คนที่อุณภูมิร้อนกว่าการติดทนน้ำหอมก็จะเจ๊ง
ไปไวกว่า
 
- ฤดูต่างกัน น้ำหอมขวดเดียวกันก็ส่งกลิ่นไม่เหมือนกันค่ะ หน้าหนาวส่วนประกอบที่ออกกลิ่นได้ดีก็จะส่งกลิ่นออกมามีชื่อเสียงกว่าตัวที่ออกได้ดีในหน้าร้อนเป็นต้น 
 
- สำหรับผู้ชายและผู้หญิงที่มีผิวแห้งเวลาฉีดน้ำหอมแล้วกลิ่นจะติดไม่ค่อยทนเท่ากับผู้ที่มีผิวปกติ หรือผิวมัน 
เพราะความมันจากไขมันของผิวหนังเมื่อฉีดน้ำหอมจะผสมกัน ทำให้น้ำหอมทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพวิธีแก้ไขก็คือให้ฉีดซ้ำซัก 1-2 ครั้งต่อวัน หรือให้โซม มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่มีลักษณะกลิ่นใกล้เคียงกับน้ำหอมที่ฉีดก่อนที่จะฉีดน้ำหอมที่ชอบต่อไป (กลิ่นจะได้ไม่ตีกันค่ะ)
 
- ข้อควรระวังในการ เราไม่ควรฉีดพ่นลงบนเครื่องประดับขณะที่สวมใส่อยู่บนร่างกาย เพราะในน้ำหอมมีส่วนผสมคือ กรดซึ่งมันจะไปทำปฎิกิริยา ทำให้เครื่องประดับยับเยินและอาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้


 
 
 
**ขอบคุณภาพประกอบจากเวป konvy และ oriental princess ค่ะ

 5 
 เมื่อ: มีนาคม 21, 2015, 10:46:34 AM 
เริ่มโดย สุธิชัย หยุด - กระทู้ล่าสุด โดย daund
ขอบคุณที่นำมาให้ชม

 6 
 เมื่อ: มีนาคม 20, 2015, 06:46:56 PM 
เริ่มโดย สุธิชัย หยุด - กระทู้ล่าสุด โดย eigeg
เคยได้ยินมาอย่างงั้น

 7 
 เมื่อ: มีนาคม 16, 2015, 02:05:58 PM 
เริ่มโดย สุธิชัย หยุด - กระทู้ล่าสุด โดย daunn
ขอบคุณ

 8 
 เมื่อ: มีนาคม 14, 2015, 07:37:54 PM 
เริ่มโดย muty2525 - กระทู้ล่าสุด โดย muty2525
เงียบจุง

 9 
 เมื่อ: มีนาคม 14, 2015, 05:04:11 PM 
เริ่มโดย สุธิชัย หยุด - กระทู้ล่าสุด โดย eige
ขอบคุณที่นำมาให้อ่าน

 10 
 เมื่อ: มีนาคม 13, 2015, 03:37:15 PM 
เริ่มโดย muty2525 - กระทู้ล่าสุด โดย muty2525
วันนี้มีข้อมูลดีๆเอามาแชร์และแบ่งปันให้เพื่อนๆจร้า เกี่ยวกับเรื่องน้ำหอมจร้า
ช่วงนี้น้ำหอมแบรนด์เนมปลอมระบาดเหลือเลยค่ะ ถึงไม่ปลอมก็เป็น Mirror grade ที่แอบอ้างตัวว่าเป็นน้ำหอมแบรนด์เนมของจริงของแท้ 
ซึ่งวันนี้ดิฉันจะขอแนะนำข้อมูลที่หนึ่ง
สำหรับการเช็คน้ำหอมแบรนด์เนมเบื้องต้นว่าจริงหรือปลอมดูกันยังไงนะคะ 
วิถีทางเช็คเบื้องต้นน้ำหอมแบรนด์เนม
1.เช็คเลข S/R ของน้ำหอมแบรนด์เนมวิธีก็จะตามทิวทัศน์
ประกอบเลยนะคะ เนื่องจากเลข S/R คือเลขที่บ่ง
 Batch การผลิตของน้ำหอมแบรนด์เนม
- ภาพหมายเลข 1 หาเลข S/R ที่ขวดของน้ำหอมแบรนด์(ไม่ใช่เลข Bar codeนะคะ)
อย่างที่
ภาพคือลำดับที่
 4034 ค่ะ
- ภาพหมายเลข 2 เข้าไปไปที่เวป http://checkcosmetic.net/ ซึ่งเป็นเวปที่ไว้เช็คเครื่องมือสำอางค์
เกือบทุกเครื่องหมายการค้าทั่วโลกค่ะ
- ภาพที่ 3 เมื่อใส่ยี่ห้อ และเลข S/R ของน้ำหอมแบรนด์เนม ที่มุ่ง
เช็ค จะขึ้นวันผลิตและวันหมดอายุค่ะ
หมายเหตุ: - ถ้าเป็น Mirror grade จะไม่มีเลข S/R ถึงมีก็จะไม่ขึ้นค่ะ
- วิธีนี้อาจจะใช้ไม่ได้ 100% เพราะมีการ นำขวดมาใช้
เอี่ยมอ่อง
หรือวิธีการใดก็ตามที่ทำให้เราไม่สามารถรู้เลขได้ 
2. ราคา  ถ้าราคาน้ำหอมแบรนด์เนมถูกเกินไป ชนิดที่ว่าต่ำกว่าเวปต่างแคว้น
อีก อันนี้ก็ไม่ต้องแคลงใจ
เลยค่ะ ใครจะค้าขาย
ต่ำกว่าทุนละคะจริงมั้ย? น้ำหอมแบรนด์เนม
3. กลิ่น อันนี้แนะนำให้ไปเดินดมน้ำหอมแบรนด์เนมของจริงในห้างก่อนค่ะ เพราะทั้งของปลอมหรือ Mirror grade จะดัง
ๆ แต่ยังไงก็ไม่เหมือนค่ะ มานะพยายาม
เทียบกับเคาท์เตอร์ อย่าไปเปรียบเทียบที่ซื้อมาจากแหล่งที่คุณก็ไม่รู้ว่าเค้าจริงแท้แน่นอนหรือเปล่า เพราะยังไงถึงเค้าปลอมเค้าก็บอกคุณว่าแท้ค่ะ 
ทางที่ดีคุณต้องรู้ว่าของจริงเป็นอย่างไรมากกว่าที่จะไปถามเค้าว่า "ใช่น้ำหอมแบรนด์เนมจริงมั้ยคะ แท้มั้ยครับ" เพราะมันไม่เกิดผลกำไร
 

หน้า: [1] 2 3 ... 10